3 เหตุผลว่าทำไม เราจึงควรมีเครื่องวัดฝุ่น pm2.5 ติดตัว

เครื่องวัดฝุ่น PM2.5

อากาศในเมืองใหญ่เช่นในกรุงเทพมหานครของเรานี้ เผชิญหน้ากับฝุ่น pm 2.5 มาต่อเนื่องหลายปี ซึ่งสร้างความหวาดหวั่นแก่ผู้คนจำนวนมากเนื่องจาก pm 2.5 เป็นฝุ่นที่มีโมเลกุลเล็กสามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดและมีอันตรายต่อระบบภายในร่างกายอย่างรุนแรง

แน่ล่ะครับ เมื่อพูดถึงฝุ่นก็เล็กอยู่แล้ว และยิ่ง pm2.5 ที่เล็กกว่าเส้นผม และเล็กลงไปในระดับเซลล์ ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ และด้วยเหตุนี้เอง เครื่องวัดฝุ่น PM2.5 แบบพกพาเพื่อคอยเตือนตนเองให้ระวังตัวเสมอ ซึ่งควรมีเครื่องนี้เป็นอย่างยิ่งด้วยเหตุผลต่างๆ เหล่านี้

1.เพราะฝุ่นนี้มันน่ากลัวจริงๆนะ

ขอย้ำอีกครั้งเรื่องความอันตรายของมัน องค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization (WHO) กำหนดให้ฝุ่น PM2.5 จัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง ประกอบกับรายงานของธนาคารโลก (World Bank) ที่ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศมากถึง 50,000 ราย ส่งผลไปถึงระบบเศรษฐกิจ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องสูญเสียเกี่ยวเนื่องกับค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยจากมลพิษทางอากาศนี้ 

สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าเวลาไหนที่คุณภาพอากาศเริ่มเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สามารถตรวจเช็คดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) ได้ที่เว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษ โดยประเทศไทยแบ่งดัชนีคุณภาพอากาศเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่ 0 ถึง 201 ขึ้นไป และเมื่อมีสีส้มหรือค่า AQI 50-100 จัดอยู่ปานกลาง และมีค่า PM2.5 ไม่ควรเกิน 50 มคก./ลบ.ม.

2.ดัชนีไม่ได้ชี้วัดทุกที่

ค่า AQI เกิดจากจุดที่ติดตั้งสถานีตรวจคุณภาพอากาศขนาดใหญ่ซึ่งสามารถตรวจวัดสารได้หลายชนิด ไม่เพียงแค่ เครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5 เท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่ามันสามารถตรวจจับได้อย่างละเอียดทุกพื้นที่ที่เราเข้าไปอยู่ เพราะดัชนีเหล่านี้วัดเป็นวงกว้าง และบางจุดเมื่อเราออกจากเมืองไปก็ไม่มีเครื่องวัดค่าแล้ว และต่างจังหวัดก็ฝุ่นPM2.5 มากไม่แพ้กับกรุงเทพเลยครับ

ดังนั้นการมีเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 ขนาดพกพาไว้กับตัวก็ทำให้เราสามารถตรวจสอบพื้นที่ที่เราอยู่ได้ว่าอันตรายมากน้อยเท่าไหร่

3. เพราะเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงบางกิจกรรมได้

กิจกรรมกลางแจ้ง ทานข้าว หรือพานักเรียนมาเดินเล่น บางทีเราจะเตือนเขาให้ใส่หน้ากากอนามัยก็ค่อนข้างยาก แต่ถ้าหากมีเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 ติดไว้กับตัว เมื่อเอาาออกมาแสดงให้ทุกคนดู เขาจะเชื่อเรามากขึ้นแน่นอน โดยเแพาะอย่างยิ่งเครื่องที่มีประสิทธิภาพน่าเชื่อถือ

และเรา PICO ก็เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องตรวจวัดนำเข้าจากต่างประเทศที่ได้มาตรฐาน แถมบริการอย่างเข้าถึง ลองคลิ้กเข้ามาดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของเราก่อนก็ได้ที่ https://www.pico.co.th/?names=blog&files=air-quality-pm25

Related Post

ธุรกิจเกี่ยวกับไอที

ธุรกิจเกี่ยวกับไอที มีความเสี่ยงอย่างไร

ว่าด้วยเรื่องของการทำธุรกิจ ในยุคนี้นับว่าเป็นความโชคดีที่เรามีทางเลือกมากมาย เพราะอย่างที่ทราบกัน เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งที่เข้ามามีบทบาทแบบที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำในบางครั้ง และเรามาก็มองเห็นถึงข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป แต่คิดอยากที่จะเปิดธุรกิจเกี่ยวกับไอที ก็ควรที่จะต้องเรียนรู้ถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว แต่จะเกิดจากอะไรเรื่องนี้ก็มีน้อยคนที่จะได้รู้ ยกเว้นว่าเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยจริงๆ งั้นมาดูกันเลยดีกว่า 1.งบประมาณ เรื่องเงินดันเป็นเรื่องแรกของทุกๆสิ่งเสมอ ยิ่งในปัจจุบันในการคิดที่จะลงทุนหรือทำธุรกิจอะไรสักอย่างหนึ่งโดยเฉพาะเรื่องของธุรกิจเกี่ยวกับไอทีไม่ว่าจะเป็นในด้านใดก็ตาม บอกเลยว่างบประมาณกลายเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้การตัดสินใจดำเนินธุรกิจเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ และยิ่งในยุคปัจจุบันระบบต่างๆหรือตัวเครื่องรวมถึงโครงสร้างในอินเทอร์เน็ตเพื่อที่จะรองรับข้อมูลสำหรับการทำธุรกิจ เพื่อให้อยู่ในรูปแบบองค์กรหรือบริษัทอาจจะต้องมีการซื้อระบบเหล่านี้มาใช้เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการที่จะเรียกใช้งานในทุกๆครั้ง 2.ความก้าวหน้า อีกหนึ่งเรื่องที่กลายเป็นตัวกำหนดที่สำคัญก็คือเรื่องของความก้าวหน้า หรือจะให้เป็นแบบที่เข้าใจง่ายๆก็คือเรื่องของการพัฒนาของเทคโนโลยี ยิ่งในปัจจุบันนั้นการพัฒนายิ่งไปได้เร็วมากเท่าไหร่ยิ่งเป็นความเสี่ยงในการที่จะทำให้ต้องใช้เงินลงทุนเยอะ และถ้าตกเทรนหรือเพียงแค่ไม่กี่ครั้งก็อาจจะทำให้เกิดการขาดทุนจนถึงขั้นที่ธุรกิจไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ อย่างเช่น ธุรกิจเกี่ยวกับไอทีที่ถูกผลิตออกมาเป็นสินค้า หรือถ้าจะให้มองแบบง่ายที่สุดก็คือ Smartphone ในระยะเวลาแค่ไม่กี่เดือน ก็มีรุ่นใหม่ออกมาวางขายทำให้รุ่นเก่าตกรุ่นไปโดยอัตโนมัติ ดังนั้น เรื่องต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่เราต้องมีการเตรียมความพร้อมเอาไว้ตั้งแต่แรกสำหรับการทำธุรกิจ